สาเหตุของฟันเก

การวิจัยในปัจจุบันได้แสดงให้เห็นว่าการเกิดปัญหาฟันเกไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว  แต่สาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่เด็ก ๆ ได้แก่ การที่เด็กมีการหายใจทางปาก การวางลิ้นที่ผิดตำแหน่ง การกลืนที่ไม่ถูกต้อง และการดูดนิ้ว โดยพฤติกรรมเหล่านี้ยังทำให้การพัฒนาของขากรรไกรล่าช้าอีกด้วย

การจัดฟันร่วมกับการถอนฟันอาจจะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เนื่องจากถ้าไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการหายใจ ตำแหน่งการวางลิ้นที่ไม่ถูกต้อง และการกลืนที่ผิดวิธี เมื่อสิ้นสุดการจัดฟัน ก็มีโอกาสที่จะกลับมาเกิดปัญหาฟันเกเหมือนเดิม

ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องร่วมกับใส่ มายโอเบรส (MYOBRACE) ในวัยที่ยังมีการเจริญเติบโต จะช่วยทำให้มีฟันและโครงหน้าที่สวยงาม

พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง

การกลืนและการหายใจที่ผิดปกติ สามารถจำกัดการเจริญเติบโตของขากรรไกรและใบหน้าได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องทำให้เกิดฟันเก และปัญหาฟันไม่สบกัน ดังนั้นจะต้องแก้ไขนิสัยและพฤติกรรมที่ได้กล่าวมา เด็กจึงจะมีการพัฒนาได้อย่างเต็มที่
พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง มีดังนี้

การหายใจ

เมื่อเด็กหายใจทางปาก จะส่งผลทำให้ขากรรไกรแคบจนไม่มีพื้นที่ให้ฟันแท้ขึ้นจึงเกิดปัญหาฟันเกตามมา นอกจากนั้นการหายใจทางปากร่วมกับการกลืนผิดวิธียังทำให้กล้ามเนื้อรอบริมฝีปากทำงานมากจนดันให้ขากรรไกรล่างให้เคลื่อนตัวมาทางด้านหลัง เด็กบางคนจึงมีลักษณะ “คางสั้น” การที่ขากรรไกรเคลื่อนตัวมาทางด้านหลังอาจทำให้บางคนมีภาวะ “ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ” เนื่องจากเมื่อขากรรไกรเคลื่อนตัวมาทางด้านหลัง โครงสร้างบริเวณข้อต่อขากรรไกร เช่น หมอนรองกระดูกของขากรรไกรและเอ็นของกล้ามเนื้อบริเวณนั้นได้รับการกดเบียดจนเกิดการอักเสบได้

รูปซ้ายเป็นรูปของเด็กที่หายใจทางปาก รูปขวาคือรูปของเด็กที่หายใจทางจมูก

ผลกระทบของการหายใจทางปาก

เด็กส่วนใหญ่มีการหายใจทางปาก เนื่องจากทำได้ง่าย และไม่ต้องออกแรงเยอะเหมือนที่จมูก ซึ่งผลที่ตามมา ได้แก่

  1. ทางเดินหายใจและกล้ามเนื้อทางเดินหายใจไม่แข็งแรง เนื่องจากเวลาหายใจทางปากกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ เช่น กะบังลม จะไม่ทำงาน
  2. เป็นภูมิแพ้ ต่อมทอลซินและอะดีนอยด์อักเสบได้ง่าย เมื่อเด็กหายใจทางปากจะทำให้เชื้อโรคและสิ่งสกปรกในอากาศกระจายเข้าไปในปอด เนื่องจากบริเวณปากไม่มีตัวกรองสิ่งสกปรกเหมือนบริเวณจมูก

3. ทำให้เกิดภาวะการหายใจผิดปกติขณะหลับ ซึ่งภาวะนี้จะส่งผลเสียต่อร่างกายโดยตรง ได้แก่
– เด็กจะมีพัฒนาการที่ไม่เป็นไปตามวัย
– นอนกรน
– เพลียระหว่างวัน
– การเรียนรู้ช้า
– บางรายอาจมีการหยุดหายใจในขณะหลับ

4. มีภาวะข้อต่อขากรรไกรอักเสบ เนื่องจากการหายใจทางปากทำให้ขากรรไกรล่างเจริญเติบโตในแนวดิ่งลงล่างและเคลื่อนไปทางด้านหลัง จนไปกดเบียดหมอนรองกระดูกและเอ็นของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น

อาการของข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

  1.  ปวดศีรษะ
    • ปวดไมเกรน      • ปวดใบหน้า      • ปวดไซนัส     • ปวดหลังศีรษะ
  2. ปัญหาที่เกิดกับคอ
    • ปวดคอ          • เคลื่อนไหวคอได้น้อยลง          • คอแข็ง
    • ปวดหัวไหล่   • มีอาการชาร้าวมาที่แขนและนิ้วมือ
  3. ปัญหาเกี่ยวกับฟัน
    • ปวดฟัน        • ปวดลิ้นด้านใดด้านหนึ่ง       • กลืนลำบาก
  4. อาการเกี่ยวกับขากรรไกร
    • มีเสียง “ คลิ๊ก ” ที่ข้อต่อขากรรไกร        • ขากรรไกรล็อค
    • ปวดขากรรไกรข้างใดข้างหนึ่ง                 • อ้าปากได้ไม่เต็มที
    • ขากรรไกรเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่งเมื่ออ้าปาก
  5. อาการเกี่ยวกับหู
    • ปวดหู              • มีอาการเกี่ยวกับการทรงตัว
    • มีเสียงหึ่งๆในหู
  6. ปัญหาอื่นๆ
    • ปวดหลัง       • การทรงตัวไม่ดี        • มีอาการชา

การวางลิ้น

ในขณะที่ไม่ได้พูดหรือรับประทานอาหาร ตำแหน่งลิ้นที่ถูกต้องสมควรวางไว้ด้านบนเพดาน ถ้าเด็กวางลิ้นด้านล่าง ขากรรไกรด้านบนจะแคบลง และขากรรไกรด้านล่างจะถูกดึงถอยลงไปทางด้านหลัง แต่ถ้าเด็กเอาลิ้นมาดันฟัน จะส่งผลให้ฟันยื่นออกมา เนื่องจากลิ้นของคนเราหนักถึง 500 กรัม ซึ่งเหงือกและฟันมีน้ำหนักรวมกันเพียงแค่ 300 กรัม

การกลืน

การกลืนที่ไม่ถูกต้อง เกิดจากการที่เด็กนำลิ้นมาดันฟัน ทำให้ฟันยื่นออกมาทางด้านหน้าร่วมกับมีการใช้กล้ามเนื้อบริเวณริมฝีปากขณะกลืน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณริมฝีปากทำงานไม่สมดุลกัน หรือมีการใช้งานมากกว่าปกติในขณะที่กลืน ส่งผลทำให้เกิดฟันเกและจำกัดการพัฒนาของขากรรไกร

Scroll to Top